คุณสมบัติของชา

                แร่ธาตุเคมีในใบชา ประกอบด้วย กรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรด เหล็ก คาเฟอีน สารเหล่านี้ให้ประโยชน์แก่ ร่างกายของคน อย่างเหลือ ที่จะคณานับ อาทิเช่น ทำให้ สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ปัสสาวะ ลดน้ำตาลและ ไขมันในเลือด ขยายหลอดลม ยับยั้ง การเกิดสารก่อมะเร็งบางชนิด ช่วยไม่ให้เส้นเลือดอุดตัน ช่วยทำให้เส้นโลหิตแข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย ช่วยฆ่าเชื้อ แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคไทฟอยด์ อหิวาตกโรค ช่วย ลดอาการอักเสบและสมานแผล ลดอัตราการแบ่งตัวของ ไวรัส รักษาหอบหืด ดื่มแล้วชุ่มคอ และชายังมีสารฟลูออไรด์ จากธรรมชาติ

 

 

   ช่วยให้ฟันแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดกลิ่นปาก ที่เกิดจากการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียในช่องปากรวมทั้งยังช่วย

ป้องกันฟันผุและยังมีคุณประโยชน์ อีกนานัปการข้อมูลทางการแพทย์ จากกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่าโรคความ

ดันโลหิตสูง กำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก เมื่อป่วยแล้วรักษาไม่หายขาด ล่าสุดสมาคมความดันโลหิตสูงโลกรายงาน

ประชากรทั่วโลกป่วยเป็นโรคนี้กว่า 1,500 ล้านคนจากประชากร ทั้งหมดประมาณ 6,000 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7 ล้านคน สำหรับไทย ผลสำรวจสภาวะสุขภาพประชากรไทยล่าสุดในปี 2547 อยู่ในเกณฑ์น่าห่วง พบว่าประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปซึ่งมีประมาณ 50 ล้านคน พบผู้ป่วยประมาณ11 ล้านคน กล่าวได้ว่า ในเกือบทุกๆ 5 คน จะเป็นโรคความดัน

โลหิตสูง 1 คน โดยพบในผู้ชายร้อยละ 23 ผู้หญิงร้อยละ 21 พบผู้ป่วย มากที่สุดในภาค เหนือ รองลงมาภาคกลาง กทม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคใต้ โดยในรอบ 10 ปีมานี้ ตั้งแต่ พ.ศ.2541-2551 มีผู้ป่วยโรคความดัน

โลหิตสูงต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว สาเหตุของการเกิดโรคมาจากหลายปัจจัย ที่ สำคัญคือ การมีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน กินเค็ม ขาดการออกกำลังกาย ผลสำรวจ พฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อใน

ประชากรอายุ 15-74 ปี พบว่าคนใน กทม.มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูบบุหรี่สูงสุดส่วนภาคเหนือ

ดื่มสุราสูงสุด อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วง คือโรคความดันโลหิตสูงช่วงแรกจะยังไม่แสดง

อาการแต่จะแฝงมาพร้อมกันอีก 2 โรคคือเบาหวานและไขมันในเลือดสูงผู้ป่วยที่เป็นโรคจะยังรู้สึกปกติดี จึงไม่ได้ดูแล

รักษา.

 

โครงการชาสุขภาพ


    ดังที่ทราบดีอยู่แล้วว่า ชา มีคุณสมบัตินานา นับประการในการช่วยดูแลรักษา สุขภาพ และป้องกันโรค ซึ่งทีมงาน

วิจัยของ ชาดอยช้าง ได้เล็งเห็นคุณสมบัติในตัวชา ถึงประโยชน์ที่ผู้ที่ดื่มชาจะได้รับ ประกอบกับประเทศไทยของเรา มีสมุนไพรไทย ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัว จึงเกิดแนวคิดที่จะนำประโยชน์ของชา เสริมด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของ

สมุนไพรไทย จะเกิดคุณประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้างทีมวิจัยของ ชาดอยช้าง จึงศึกษา และค้นคว้า

ข้อมูลสรรพคุณของสมุนไพรไทย โดยศึกษาข้อมูล  จากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ,ข้อมูลสมุนไพรไทย สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย ,ฐานข้อมูลสรรพคุณที่สำนักงาน

คณะกรรมการอาหารและยาอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ ,สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าแต่ละชนิด มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง สมุนไพรตัวไหนที่ผสมผสานกันแล้วจะสามารถช่วยใน

เรื่องป้องกันและรักษาโรคได้ โดยสรรพคุณของสมุนของสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติดังปรากฏอยู่ในตาราง

 

ตารางสรรพคุณสมุนไพรไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งข้อมูลหลักของส่วนผสม

 

• สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_herbal/dairy.asp

• ข้อมูลสมุนไพรไทย สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย

http://www.utts.or.th

• ฐานข้อมูลสรรพคุณที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.medplant.mahidol.ac.th/ethnoreg/index.asp

 

โครงการชาสุขภาพแบบผสมผสาน


    ไร่ชาดอยช้าง เน้นการผลิตที่เป็นชีวภาพอย่างแท้จริง ปลอดสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น โดยจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัย

ต่อผู้บริโภคชา จึงเกิดการผลิตชาสุขภาพ โดยมีแนวคิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน เรียกวิธีนี้ว่า “กระบวนการผสมผสาน”(BLENDINGSYSTEM)โดยการนำสมุนไพรซึ่งเป็นสมุนไพรท้องถิ่นและมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังหน้าตารางสมุนไพรข้างต้น มาผสมผสานกับใบชา โดยกรรมวิธี เฉพาะทำให้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ผู้ดื่มชา ยังคงดื่มด่ำกับรสชาติของชาโดยที่สีของน้ำชายังใสสะอาดเหมือนเดิม แต่แฝงไปด้วยคุณประโยชน์ของสมุนไพร

เต็มเปี่ยมอยู่ในน้ำชาที่ดื่ม โดยทั่วไป ชา เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอยู่แล้วการดื่มชาเป็นตัวช่วยขับถ่ายปฏิกูล

ออกจากร่างกายช่วยย่อยอาหาร , เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน , กระตุ้นระบบหมุนเวียนของเลือด , ขยายหลอดเลือด ฯลฯ
จากการศึกษาคุณสมบัติของสมุนไพรไทยบางชนิด เช่น ใบชะพลู มะเขือพวง และมะขามป้อม พบว่าสามารถ

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ และถ้านำสมุนไพรดังกล่าว มาสกัดแล้วนำมาผสมกับใบชา ก็จะมีผลเพิ่มคุณสมบัติของการดื่มชา พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ส่วนสมุนไพรอื่นๆเช่น ขึ้นฉ่าย , ดอกคำฝอย

, แปะตำปึง ฯลฯ ก็มีคุณสมบัติช่วยลดระดับความดันในโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงได้เหมือนกัน


ผลการศึกษาเบื้องต้น

 

    จากการนำสารที่สกัดจากใบชะพลู+มะเขือพวง+มะขามป้อมมาผสมผสานกับใบชาด้วยกรรมวิธีการกลั่น

และอบเพิ่มเติมพบว่าเมื่อได้นำไปทดลองให้คนไข้โรคเบาหวานดื่มเป็นเวลาหนึ่งเดือน ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจาก 140 เหลือ 84 หน่วยเท่านั้น

 

โครงการฟ้าประทานพร


     การทดลองอีกนวตกรรมหนึ่ง โดยให้อาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยต่อต้นชา ทางรากและทางใบ ในระยะเวลา 3 เดือนติดต่อกันทำให้ค่าคุณสมบัติ ANTIOXIDANT ในใบชาเพิ่มจาก 138,715 umolTrolox เพิ่มเป็น 147,200 umolTrolox ระยะเวลา 6 เดือน เพิ่มเป็น 191,633 umolTroloxระยะเวลา 9 เดือน เพิ่มเป็น 220,205 umolTrolox
และระยะเวลา 12 เดือน เพิ่มเป็น 338,759 umolTrolox


ผลสรุปเบื้องต้น


    จากผลการศึกษาเบื้องต้นนี้ ทำให้เกิดลู่ทางที่นำไปสู่การวิจัยและพัฒนาในขั้นสูงต่อไปเพื่อนำมาเป็นเครื่องดื่ม

ที่สามารถป้องกัน และรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างแท้จริง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของสถาบันชา

จากมหาวิทยาลัย และคณะแพทย์จากโรงพยาบาล ร่วมกันทำงานภายใต้ชื่อ”โครงการวิจัยและพัฒนาชาสุขภาพ ฟ้าประทานพร”คาดว่าจะประสบความสำเร็จในเร็ววันนี้ต่อไป ใต้อุดมคติที่พวกเราร่วมกันใฝ่หาที่ว่า


“พัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”
(SUSTAINABLE INNOVATION)